sebastian-kurz-new-change-australia

Sebastian Kurz ผู้สร้างปรากฏการใหม่แก่การเมืองออสเตรีย

วงการการเมืองนั้นส่วนใหญ่ก็จะมีแต่เหล่าบรรดาผู้บริหารที่มากประสบการณ์และอายุในการที่จะเข้ารับดำรงตำแหน่งในการบริหารส่วนต่างๆ ภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่จะต้องไต่เต้าเพื่อจะมีหน้ามีตาในประเทศหรือให้ประชาชนรู้จักไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ เลย แต่นั้นไม่มีปัญหาสำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ อย่าง “เซบาสเตียน เคิร์ซ” ที่เขารับดำรงตำแหน่งด้วยวัยเพียง 27 ปี เท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ของการเมืองออสเตรียที่มีรัฐตรีว่าการต่างประเทศที่อายุน้อยที่สุด ในเวลานี้นับว่าเคิร์ซกลายเป็นจุดสนใจไม่น้อยเลยจากเหล่าคนในแวดวงการเมือง เพราะด้วยความที่อายุเพียงแค่ 27 ปี เท่านั้น จึงทำให้เขาถูกจับตามองเป็นพิเศษด้วยความที่อาจจะยังอ่อนในเรื่องประสบการณ์ แต่นั้นไม่ได้เป็นปัญหาเลย เคิร์ซบริหารและจัดการในด้านการเมืองในตำแหน่งที่ตนเองรับผิดชอบได้อย่างดีเยี่ยม และล่าสุดในปี 2013 เคิร์ซก็ยังถูกได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพราะเคิร์ซได้เสนอนโยบายในด้านการเมืองที่สามารถเอาใจประชาชนได้อย่างดีคือ การต่อต้านการเหยียดสีผิวอย่างเต็มที่ จึงทำให้เคิร์ซสามารถสร้างปรากฏการหน้าใหม่แก่การเมืองออสเตรียและยังเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักการเมืองที่อายุยังน้อยอีกมากมาย และในอนาคตเราอาจจะเห็นนักการเมืองที่อายุน้อยกว่าเคิร์ซ ในวัย 27 ปี ที่เข้ารับตำแหน่งและมีบทบาทในการเมืองอย่างแน่นอน และนับว่าออสเตรียมีความเสมอภาคในด้านการเมืองเป็นอย่างดีหากมองจากการที่เคิร์ซสามารถมายืนในจุดนี้ได้อย่างเข้มแข็ง และได้รับการสนับสนุนจากประชากรในประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องดีที่ออสเตรียมีเสรีภาพในด้านการเมืองมากขนาดนี้ แต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องผู้ที่มีบทบาทในการเมืองที่มีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทยเรานั้น ก็คือ นายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือนายกปู ช่วงที่รับใช้บ้านเมืองในบทบาทนายกรัฐมนตรีเวลานั้นมีอายุเพียง 44 ปีเท่านั้นเอง

Continue Reading
aristotle-inventor-laws

หนึ่งในแนวคิดด้านการเมืองของนักปรัชญาอย่าง อริสโตเติล

            ในยุคกรีซโบราณนั้นคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า กรีซมีความเจริญและความเป็นเลิศในด้านของความเป็นการเมืองและการปกครองอย่างสูงสุด จนประเทศมหาอำนาจอย่างโรมันหรือดินแดนใกล้เคียงนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองของตนเองในเวลาต่อมา โดยเฉพาะอาณาจักรโรมันที่ได้นำแนวความคิดของกรีซใช้ปกครองกับโรมนั้นเอง ซึ่งอิทธิพลต่างๆ ที่อริสโตเติลได้รับส่วนใหญ่ได้รับมาจากอาจารย์ของเขาอย่าง “เพลโต” แต่ถึงอย่างนั้น อริสโตเติลก็มีแนวความคิดที่แตกต่างกับ เพลโตที่เป็นอาจารย์ของตนเองอยู่พอสมควร ซึ่งอริสโตเติลมองว่าการส่งมอบอำนาจแก่คนๆ เดียวนับว่าเป็นสิ่งที่ผิดพลาดและไม่สมควร แต่ในขณะที่เพลโตมองว่าการรวมอำนาจให้แก่ผู้ที่มีความรู้มีสิทธิในการปกครองจะดีกว่า โดยอริสโตเติลกล่าวไว้ถึงการปกครองที่มีถึง 6 รูปแบบหลักๆ โดยแบ่งออกในด้านที่ดี 3 แบบ และไม่ดีอีก 3 แบบด้วยกัน รูปแบบที่ดีที่อริสโตเติลคิด 1.รูปแบบของราชาธิปไตย ที่มีประมุขหรือผู้ที่มีอำนาจปกครองแต่เพียงผู้ได้ แต่ทำเพื่อส่วนรวมไม่หาประโยชน์เข้าตนเอง 2.รูปแบบการปกครองอภิชนาธิปไตย โดยมีกลุ่มคนที่เป็นกลุ่มๆ หนึ่งเป็นตัวแทนของผู้คนที่แต่งตั้งตนเองขึ้นเอง มีใช้กันอย่างกว้างขวางในอดีต 3.รูปแบบการปกครองในแบบโพลิตี้ หรือการปกครองโดยกลุ่มคนที่มีจำนวนมากเข้ามาดูแลประเทศ โดยมีการจัดตั้งผู้บริหารต่างๆ จากเหล่าประชาชนจำนวนมาก โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นศูนย์กลางของกฎหมาย โดยการปกครองในรูปแบบนี้อริสโตเติลมองว่าเป็นรูปแบบที่ดีที่สุด และมีความยุติธรรมมากที่สุดเช่นเดียวกัน เนื่องจากด้วยการที่ได้รับการแต่งตั้งจากเหล่าประชากรในประเทศ และยังช่วยถ่วงดุลอำนาจต่างๆ จากประชาชนในประเทศด้วยกันเอง ต่อมาจะกล่าวถึงการปกครองในรูปแบบที่ไม่ดี 1.การปกครองของทรราชย์ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันกับ ราชาธิปไตยแต่แตกต่างกันตรงที่ ทรราชย์จะนำผลประโยชน์ต่างๆ เข้าตนเองแทนที่จะทำเพื่อคนในประเทศ 2.คณาธิปไตย เป็นปกครองของกลุ่มคนเดียวไม่กี่คนแต่สรรหาผลประโยชน์เข้าองค์กรของตนเอง เพื่อความสุขและความสบาย 3.ประชาธิปไตย ถือว่าไม่แตกต่างกันมากนักกับรูปแบบของโพลิตี้ เพราะมันขึ้นอยู่กับความสมดุลในด้านอำนาจของคนในประเทศ จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ชัดว่าแนวความคิดของ อริสโตเติลนับว่ามีความครอบคลุมตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบันได้เป็นอย่างดีเยี่ยม […]

Continue Reading
politics-in-america-santy

การปกครองในสหรัฐอเมริกา ที่ยอดเยี่ยม

           พูดถึงประเทศมหาอำนาจที่มีมากสุดในในโลก ทุกคนคงต้องนึกถึงสองประเทศหลักๆอย่าง รัสเซีย และอเมริกา ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึง สหรัฐอเมริกา กัน เป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่สามรองลงมาจากประเทศแคนนาดา ซึ่งอยู่ในทวีปเดียวกัน อยู่ทางตอนเหนือใต้ของแคนนาดา และมีรัฐที่มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ประเทศสหรัฐอเมริกามีประชากรที่อาศัยอยู่หลายสัญชาติและสามารถอยู่ด้วยกันอย่างเข้ากันดีมากเป็นประเทศที่มีผสมผสานหลายเชื้อชาติเข้าด้วยกัน นั้นก็คือ ฮังการี,ยิว,แคนนาเดียน,อินเดียนและชาติพันธ์อเมริกาดั้งเดิม เนื่องจากมีการอพยพเข้ามาตอนช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้ง 1 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศผู้นำทางด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ อาวุธยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะและการเมืองที่มากๆจริงๆ เป็นระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีประธานาธิบดีเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศ คลัง ส.ป. น้ำมัน อาวุธ มีการเลือกตั้งทุกๆ 5 ปี เพื่อเลือกประธานาธิบดี และ 4 ปี สำหรับเลือกนายกรัฐมนตรี และมีคณะรัฐมนตรีได้รับจากการเลือกตั้งที่มีมาตรฐานของโลก เป็นประเทศที่มีการพัฒนาการเมืองที่สูงมาก มีเงินชดเชยในส่วนต่างๆที่รัฐบาลอเมริกาได้จัดเตรียมให้แก่ประชาชน อย่างเช่นให้เงินเดือนแก่ผู้สูงอายุจำนวนมาก ผู้เจ็บป่วยหรือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง รวมทั้งให้เรียนฟรีจนถึงอายุ 18 ปี และไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆ ไม่มีการประท้วงหรือก่อความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก ทำให้การเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกาสงบสุข ประชากรในประสมานฉันท์และรักกันมาก มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่ก็มีการก่อการร้ายเมื่อปีในปีพุทธศักราช 2544 ที่มีผู้นำการก่อการร้ายที่ชื่อ […]

Continue Reading
greece-imf-and-eu

โครงการกู้เงินจากอียูและไอเอ็มเอฟของกรีซ

ประเทศกรีซและเจ้าหน้าที่ประชุมกันว่าเห็นด้วยที่จะขยายเวลาเวลาใช้หนี้ออกไปอีก 4 เดือน ตามเงื่อนไขของเอเธนส์และต้องใช้มาตรการการปฏิรูป ประเทศกรีซและทางหนี้ยูโรโซน มีความคิดเห็นด้วยที่จะขอขยายเวลาเพื่อช่วยเหลือด้านการเงินของประเทศ หลังจากได้มีการเจรจาที่กรุงบรัสเซล กินระยะเวลามากกว่า 1 สัปดาห์ ก่อนที่โครงการเงินกู้ไอเอ็มเอ็มและอียูจำนวน 273 ล้านดอลล่าห์จะหมดอายุไป Jeroen Dijsselbloem เป็นเจ้าหน้าชั้นสูงของกลุ้มอียู ได้มาพูดยืนยันว่า ถึงข้อตกลงที่พร้อมจะขยายระยะเวลาในการคืนเงินกู้ต่อกรีซอีก 4 เดือน หลังจากข้อตกลงเดิมจบลง แต่ในมุมอีกมุมกรีซมีความมุ่งมั่นมากๆที่ไม่ดำเนินการใด ตามที่อียูและไอเอ็มเอฟฝ่ายเดียวที่อาจจะส่งผลกระทบต่างๆภายในประเทศ การตรวจสอบจะดำเนินการโดยตัวแทนจากธนาคารกลางยุโรป สถาบันจะให้มุมมองข้างต้น ที่มีเนื้อหาดีแล้วครอบคลุมเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้บอกความช่วยเหลือขอโครงการสำเร็จตามคำสั่งของยูโรโซน รายงานนี้เป็นมากกว่ารายละเอียดแล้วข้อสัญญาของกรีซและเป็นครั้งแรกในการสร้างความเชื่อถือต่อกัน เชื่อใจกันเร็วกว่าที่สร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง รัฐบาลให้ทุนช่วยเหลือแก่ธุรกิจที่ขาดทุน เพื่อที่จะป้องกันสิ่งที่จะตามมาความพังทลายของธุรกิจแล้ว การช่วยเหลือมีหลายรูปแบบมากๆ เช่นกู้ พันธบัตร เงินสดและหุ้น หลังจากนั่นได้มีข่าวต่างๆ จากนักข่าวว่ารัฐมนตรีชุดนี้ไม่มีความ ใสสะอาด พอทีจะดูแลพวกเราได้อย่างเต็มที่ ประชาชนมารวมตัวกันเพื่อประท้วงให้นายารัฐมนตรีลาออกจากการรับตำแหน่งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ ประชาชนต่างพากันปาขวดและก้อนหินใส่ตำรวจและทหาร ซึ่งเค้าก็ได้ออกมาแถลงในทีวีไว้ว่า “ผมรักประเทศนี้มากบ้านเกิดเป็นของผมเหมือน” แต่ประชาชนไม่ยอมสงบตำรวจจึงนำแก๊สน้ำตายิงเพื่อสลายการชุมนุม แต่มารู้ที่หลังว่านักข่าวคนนั่นไม่ใช่นักข่าวจริงๆ

Continue Reading