การปฏิวัติที่เปลี่ยนแปลงการปกครองของ จีนไปตลอดกาล

revolution

revolution      ก่อนที่จีนจะกลายมาเป็นมหาอำนาจอย่างทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยซึ่งแต่เดิมนั้นจีนถูกปกครองโดยเหล่า “ราชวงศ์ชิง” ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันที่ปกครองโดยกึ่งรูปแบบของคอมมิวนิสต์ แต่ไม่ได้ควบคุมความเป็นอยู่ของประชาชนมากนัก หรือไม่ได้พยายามที่จะตีกรอบในเรื่องเศรษฐกิจเหมือนคอมมิวนิสต์ในประเทศอื่นๆ ซึ่งผู้ที่ริเริ่มแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของจีนนั้นคือ “ซุนยัดเซน” ที่ได้คิดค้นและก่อตั้งแนวคิดขึ้นมา 3 ประการในปี ค.ศ.1911 ได้แก่
1.การโค่นล้มรัฐบาลแมนจูเพื่อที่จะก่อตั้งรัฐบาลของประชาชนในประเทศจีน
2.การจัดตั้งและสรรหาที่อยู่รวมไปถึงที่ดินไว้สำหรับทำมาหากินให้แก่ประชาชนในประเทศ
3.ต้องการจัดตั้งรัฐบาลตามระบอบสาธารณรัฐ

ซึ่งทั้งหมดนี้ ดร.ซุน ยัดเซน ได้รับแนวคิดและแนวทางในการปรับเปลี่ยนประเทศจากชาติตะวันตก ซึ่งในเวลานั้นเองประเทศจีนถูกปกครองแบบระบอบขุนนาง โดยมีราชวงศ์ชิงที่กดขี่และเอาเปรียบประชาชนในเวลานั้น ทำให้ประชาชนในประเทศจำนวนไม่น้อยเลยที่มีความลำบากยากจน ซึ่งผิดกับชาวต่างชาติที่มาจากประเทศอื่นๆ เข้ามาหากินในประเทศจีนแต่กลับมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนในประเทศเสียอีก แล้วในขณะเดียวกันก็มีชาวจีนจำนวนไม่น้อยถูกเอารัดเอาเปรียบจากชาวต่างชาติเหล่านี้ จึงทำให้ซุนยัดเซนต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงและโค่นล้มอำนาจราชวงศ์ชิงให้เร็วที่สุดนั้นเอง

แต่แล้วในความเป็นจริงในการปฏิวัติครั้งแรกนี้ ถือได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่คิดไว้นัก เพราะด้วยอะไรหลายๆ อย่าง เช่นจำนวนประชากรที่เยอะ และที่พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลทำให้ยากที่จะควบคุมประชากรไว้ได้หมด บวกกับการที่มีฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ทำให้ต้องแบ่งแยกประชาชนออกเป็น 2 ส่วน ทำให้พอกลายเป็นนี้ประเทศจีนจึงต้องทำปฏิวัติครั้งที่ 2 ในอีกหลายปีต่อมา แต่ก็นับว่าการปฏิวัติในครั้งแรกนี้ถือเป็นก้าวแรกของการปกครองในประเทศจีนให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง