Monday, December 17, 2018

ข่าวสารการเมือง

travel-impact-on-politics

การเมืองมีส่วนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างสูงในยุคปัจจุบัน

            ปัจจุบันนี้มีตัวเลือกอย่างมากมายในการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นในยุโรป หรือเอเชียล้วนแต่มีจุดสนใจในการดึงดูดในนักท่องเที่ยวต่างชาติอยากจะไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งนั้น และที่สำคัญกว่านั้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ คือส่วนสำคัญของการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศทั้งสิ้น ทั้งในเรื่องเงินที่จะเข้าสู่ประเทศชาติและในด้านชื่อเสียงของประเทศเองก็ตามที ทั้งนี้ไม่เว้นแม้กระทั้งประเทศไทยเราเองก็ตามที่มีชาวต่างชาติมากมาย เข้ามาท่อง

สาระน่ารู้การเมือง

difference-democracy-and-communist

ความแตกต่างระบอบประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์

ระบอบการปกครองที่เราได้ยินกันจนคุ้นหูในยุคนี้จะแบ่งออกด้วยกันหลัก 2 ระบอบ ประกอบไปด้วย ระบอบประชาธิปไตยกับระบอบคอมมิวนิสต์ ซึ่งทั้งสองระบอบนี้มีรูปแบบการปกครองที่ตรงกันข้ามอย่างสุดขั้ว โดยแต่ละประเทศที่เลือกการปกครองระบอบใดก็ตามนั่นหมายถึงว่าผู้นำของพวกเขาได้ตัดสินใจเลือกมาเป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นลองมาทำความรู้จักกับระบอบการปกครองทั้งสองนี้ให้มากขึ้นพร้อมเรียนรู้ถึงความแตกต่างที่น่าสนใจ ระบบประชาธิปไตย เป็นรูปแบบการปกครองที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ลักษณะการปกครองที่มองภาพให้เข้าใจง่ายสุดคือเหล่าบรรดาผู้นำหรือคนมีอิทธิพลด้านการเมืองทั้งหลายในบริเวณพื้นที่นั้นๆ จะมีการรวมตัวกันเพื่อหวังจัดตั้งรัฐบาลในการบริหารประเทศหรือบริหารแผ่นดิน มีการลงทุนในระบบทีเรียกว่า ทุนนิยม มีการสร้างกฎหมายขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามและรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นข้างหน้า ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงในการกระทำสิ่งต่างๆ ทว่าปัญหาคือหากผู้ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศไม่สามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ดีได้ก็อาจส่งผลเสียตามมาเยอะไม่น้อยเหมือนกัน ระบอบคอมมิวนิสต์ เป็นรูปแบบการปกครองที่นำเอาแนวทฤษฎีของนักปรัชญาระดับโลกผู้ยิ่งใหญ่นามว่า เลนิน และ คาร์ล มาร์ส มาผสมเข้าด้วยกัน พวกเขาเชื่อว่าเสรีภาพการรวมกลุ่มของคนบางคนส่งผลให้ทรัพยากรและความมั่งคั่งภายในประเทศไม่ก่อให้เกิดความต้องการพื้นฐานของตนเองได้ พูดง่าย ๆ คือการใช้เกินตัวนั่นเอง ด้วยเหตุนี้การปกครองในแบบคอมมิวนิสต์จึงเชื่อว่ากรรมสิทธิ์ต่างๆ ควรต้องเป็นของรัฐเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำทางสังคมเกิดขึ้น แต่ปัญหาก็คือผู้คนที่ต้องอยู่กับระบอบคอมมิวนิสต์จะไม่ค่อยมีสิทธิ์มีเสียงในการทำอะไรมากนัก ความแตกต่างระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับระบอบคอมมิวนิสต์ จากความหมายที่กล่าวมาจริงๆ มันค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วถึงเรื่องความแตกต่างระหว่างสองระบอบการปกครองนี้ แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปอีกจะทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่า ประชาธิปไตยเปรียบได้กับการสร้างอุดมการณ์ทางการเมืองและการสร้างรูปแบบการปกครองที่ทุกคนมีอำนาจร่วมกัน มีกฎหมายต่างๆ อย่างเป็นธรรม มีระบบเอกชนเพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวไปสู่จุดที่ดีขึ้นกว่าเดิม ประชาชนมีสิทธิ์เลือกตัวแทนที่เขาเห็นว่าเหมาะสมเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ ประเทศจึงเปรียบเสมือนทุกคนเป็นเจ้าของ ขณะที่คอมมิวนิสต์เน้นลัทธิทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ทุกอย่างต้องเกิดความเท่าเทียม เอกชนจะไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวใดๆ การบริหารทุกอย่างขึ้นอยู่กับรัฐบาลเป็นผู้จัดการทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระบบระเบียบจนบางครั้งก็รู้สึกว่าอึดอัดและไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไหร่นัก

Democratic-regime-blue

ข้อดี-เสีย ของระบอบการปกครองประชาธิปไตย

คำว่า ระบอบประชาธิปไตยดูจะเป็นระบอบการปกครองที่คุ้นชินกับคนทั่วไปมากที่สุดโดยเฉพาะคนไทยเนื่องจากบ้านเราเองก็ใช้ระบอบการปกครองนี้มายาวนานเช่นกันกับอีกหลายประเทศทั่วโลกที่เลือกใช้การปกครองประเทศโดยยึดถือเอาคนส่วนรวมเป็นสำคัญ ซึ่งการปกครองระบอบดังกล่าวก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เราลองมาเทียบดูกันว่ามันมีทั้งดีและเสียอย่างไรสำหรับการปกครองระบอบประชาธิปไตยในแบบที่หลายประเทศทั่วโลกนิยม ข้อดีของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ประชาชนจำนวนมากมีสิทธิ์ในการปกครองประเทศอันหมายถึงการเลือกตัวแทนที่ตนเองมองเห็นว่าจะช่วยทำให้ประเทศพัฒนาขึ้นกว่าเดิมเข้าไปบริหารบ้านเมือง อย่างไรก็ตามเสียงข้างน้อยที่เลือกตัวแทนเข้าไปก็ถือเป็นคนพัฒนาประเทศได้เช่นกันเพราะคอยตรวจสอบการทำงานของอีกฝ่ายได้ ประชาชนทุกๆ คนมีสิทธิเสรีภาพในการใช้ชีวิตแบบเดียวกัน เช่น จะมีเงินหรือไม่มีก็ตามสามารถเดินห้างสรรพสินค้าเหมือนกันได้, มีสิทธิ์เลือกตั้งคนที่ตนเองต้องการเข้าไปบริหารบ้านเมืองได้ เป็นต้น มีมาตรฐานของกฎหมายเพื่อใช้ในการปกครองเท่าเทียมกัน กฎหมายดังกล่าวจะใช้บังคับได้กับทุกๆ คนไม่ว่าเขาจะเป็นคนรวยล้นฟ้าหรือมีอำนาจแค่ไหน หากทำผิดกฎหมายก็มีโอกาสได้รับโทษตามที่กฎหมายระบุเอาไว้ ป้องกันปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชนได้แบบสันติวิธี มีศาลเป็นผู้ตัดสินพิพากษาตามเหมาะสมให้ทุกอย่างอยู่ในกรอบของกฎหมายทำให้ทุก ๆ คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ข้อเสียของการปกครองระบอบประชาธิปไตย การตัดสินใจต่างๆ ล่าช้าเนื่องจากต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนเกินไป ผ่านผู้พิจารณาหลายหน่วยงานรวมถึงเกิดการปรึกษาหารือที่ไม่ทันท่วงทีในหลายๆ เรื่อง สิ่งไหนเป็นสิ่งเร่งด่วนมักไม่ค่อยได้รับการตอบสนองแบบทันใจ มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปกครองเยอะ เช่น การจัดการเลือกตั้งต่างๆ ไล่ตั้งแต่ สส. สว. สก. สข. และอื่นๆ ประชาชนในประเทศไม่รู้จักการใช้สิทธิของตนเองอย่างถูกต้องจนนำไปสู่ความวุ่นวายต่างๆ ในบ้านเมืองได้ง่ายนั่นเพราะไม่มีใครสามารถหยุดยั้งการรวมตัวกันเพื่อกระทำบางสิ่งบางอย่างได้แบบเด็ดขาด มีการโน้มเอียงด้านผลประโยชน์ในบางท้องถิ่นเพื่ออำนวยความเหมาะสมให้กับพรรคพวกของตนเองมากกว่าการมองเห็นประโยชน์ส่วนรวมของชาติ อำนาจอยู่ในมือใครฝ่ายนั้นก็มีสิทธิ์กอบโกยเพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์สูงสุด รวมถึงยังมีการกันสิทธิต่างๆ ของบุคคลอื่นด้วย ดังที่บอกว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยก็มีทั้งดีและเสีย กระนั้นหากเราทุกคนสามารถทำตามกฎระเบียบต่างๆ ที่วางเอาไว้ได้ในลึกๆ ของมนุษย์ทุกคนก็ยังชอบการอยู่แบบไม่โดนบังคับมากกว่าการโดนสั่งอยู่แล้ว

ติดตามข่าวสาร

Advertisement

Politics-book-new